เปิดม่าน

posted on 10 Jan 2009 22:17 by penname

 

"ในชนบทอันห่างไกล ไร่นาแผ่กว้างสุดลูกหูลูกตา ชาวบ้านยังใช้ควายไถนาดั่งเช่นบรรพบุรุษ แต่ทว่าควายเป็นสื่งมีชีวิต มันจึงทำได้แค่เพียงกำลังของมัน จนกระทั่ง การพัฒนาเริ่มเข้ามา รถไถจึงเข้ามาแทนที่ควาย เมื่อควายหมดความหมายย่อมเป็นเพียงสิ่งที่เป็นภาระแก่ชาวนา ชาวนาต่างต่างควายทิ้งเรื่อยๆ จำนวนควายบนโลกเริ่มน้อยลงอย่างน่าวิตก แต่สำหรับคนแล้วนั้น

  • เมื่อควายไม่มี ก็ไม่ต้องเก็บมูล
  • เมื่อควายไม่มี ก็ไม่ต้องพาไปกินหญ้าให้เสียเวลา
  • เมื่อควายไม่มี ก็ไม่ต้องกร่นด่าควายให้เสียหู
  • เมื่อควายไม่มี ก็ไม่มีคำด่าว่า โง่เหมือนควาย
ทุกอย่างดูเหมือนจะสวยงามเมื่อโลกนี้ไม่มีควาย ผู้คนต่างดื่มฉลองแก่การลาลับของควาย ทุกอย่างดูมีความสุข แต่ทว่า สิ่งที่น่าสะพรึงก็เกิดขึ้น ความวิตกเข้าครอบงำ ภาวะเศรษฐกิจล้มละลายทั่วโลก ผู้คนต่างด่าทอกันไปมา หาว่าผู้นี้ ผู้นั้น เป็นคนทำ เกิดม็อบมากมายทั่วโลก เพื่อจะยัดเยียดข้อหาให้แก่กัน ความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้น โจรขโมย เกลื่อนเมือง ในขณะที่ทั่วโลกต่างตีกันด้วยปัญหาเศรษฐกิจโลก ข้อสรุปของการเสียควายนั้น
เมื่อควายไม่มี > คนต้องใช้รถไถ > รถไถกินน้ำมัน > ราคาน้ำมันพุ่งสูง > ข้าวก็ราคาแพงขึ้น > ผู้คนหมดปัญญาซื้อข้าว > ผู้คนอดอยาก >ชาวนาขายข้าวไม่ได้ > ชาวนาอดอยากอีก > ปลาทู น้ำพริก กระเพราะไก่ ไข่ดาว ต่างขายไม่ได้ตามๆกันเนื่องจากไม่มีข้าว > ปลาดิบจึงได้กลับลงสู่ทะเล เนื่องจากไม่มีข้าวให้ปั้น > ข้าวปั้นไม่มี สาหร่ายขายไม่ออก เถ้าแก่น้อย เถ้าแก่ใหญ่ ตายไปตามๆกัน > โลกพังทลายด้วยควาย(เนี้ยนะ)
ทว่ายังมีหมู่บ้านหนึ่งที่ยังใช้ควายไถนา เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายไป ผู้คนต่างมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ ทว่าหมู่บ้านแห่งนี้ย่อมไม่เสียควายเป็นแน่ จากสภาพที่เกิดขึ้น ผู้คนมากมาย ทั้งคนใหญ่โตจากภาครัฐ หรือชายนักสู้ผู้ที่พร้อมลุย หรือช่างซ่อมบ้าน หรือ แม้กระทั้งนักแสดงยังร่วมด้วย
โดยนักแสดงยื่นข้อเสนอถึงสิบข้อ (สิบข้อนี้ ขอโกงซักสิบเอ็ดข้อ)แต่ช่างซ่อมบ้านยื่นข้อเสนอ ที่จะซ่อมบ้านให้ควาย (ทั้งๆที่เป็นคนทำบ้านตัวเองลุกเป็นไฟ) แต่ชายนักสู้นั้นยื่นข้อเสนอที่ว่า เขาไม่สนใจใคร เขาจะดูแลควายอย่างเดียว (ถึงแม้บางที จะแอบแล่เนื้อควายไปขายบ้างก็ตามที) แต่จะมีใครสู้คนใหญ่โตของรัฐได้ เขามาด้วยมาดสุขุม(พันธุ์ ของเค้าดีจริง) รอยยิ้มที่อบอุ่นดั่ง7-11 คือยิ้ม24ชม.(จนบางทีก็คิดว่ามันบ้าป่าว ยิ้มอยู่ได้)เค้ายื่นข้อเสนอที่ว่า จะให้ควายได้ยิ้มไปกับเขา
ชาวบ้านยังยืนยันคำเดิม ไม่มีการเสียควาย แต่ทว่าสิทธิมันอยู่ที่ควายต่างหาก แต่ควายก็ยังซื่อสัตย์ต่อเจ้านายมันดีเสียยิ่งกว่าพวกรัฐมนตรีซื่อสัตย์ต่อชาติเสียอีก แต่ในโลกความเป็นจริงย่อมมีแต่เรื่องเศร้า มีควายตัวหนึ่งที่หลงไหลกับคำเชื่อเชิญ มันยอมที่จะเสียตัวให้คนอื่น ทิ้งบ้านตนเองไป
เหล่าผู้ยื่นข้อเสนอจึงต่างแก่งแย่งควายตัวนั้นกัน แต่ทว่าควายมีตัวเดียว ด้วยความโลภ ควายตัวนั้นจึงแก้ปัญหาโดยการที่ มันจะแบ่งทำงานให้เหล่าผู้ยื่นข้อเสนอ โดยจะทำงานให้นักสู้ในอาทิตย์แรกของเดือน จะทำงานให้คนภาครัฐในอาทิตย์ที่สองของเดือน ทำงานให้ช่างซ่อมในอาทิตย์ที่สามของเดือน และทำงานให้นักแสดงในอาทิตย์ที่สี่ของเดือน ทุกคนเป็นอันตกลง
ช่วงระยะเดือนแรก ควายตัวนั้นดั่งได้ขึ้นสวรรค์ ทุกคนต่างดูแลมันอย่างดีแต่เมื่อล่วงเข้าเดือนที่สอง เหตุการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า นักสู้เริ่มแล่เนื้อมันออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ คนของรัฐเริ่มละเลยหน้าที่ ช่างซ่อมบ้านก็มัวแต่ด่าคนในบ้านของตน นักแสดงก็ยึดเอาผลประโยชน์ทั้งหมดไป ข้อเสนอสิบข้อ ตอนนี้แม้แต่ข้อเดียวยังหามิได้ ควายตัวนั้นเริ่มเหนื่อยอ่อนกำลัง จนกระทั่งล่วงเข้าเดือนที่หก ควายหมดสิ้นเรี่ยวแรง ขาของมันถูกแล่เนื้อไปจนขาดแหว่งเป็นแผลเน่า และก่อนจะย่างเข้าสู่เดือนที่เจ็ด ควายตัวนั้นก็ตายลง ในก่อนที่มันจะตาย ความคิดพลุ่งพล่านเข้ามาในสมองที่ไม่ค่อยจะมีของมัน หวนนึกถึงสมัยที่ยังอยู่ในหมู่บ้านร่วมกับเหล่าพ้องเพื่อนควาย ร่วมกับชาวบ้านที่พามันไปกินหญ้่า แม้จะไม่หรูหราแต่มั่นคงมีความสุขตลอดกาล มิใช่ความสุขเพียงผักชีโรยหน้า มันสำนึกในการเลือกที่ผิดของมัน แต่มันสายเกินไปแล้ว มันลาลับโลกไปตลอดกาลเสียแล้ว นับแต่นั้นโลกก็มิหาควายมาไถนาได้อีก ถือเป็นการเสียควายด้วยน้ำมือของควายเอง"
การที่คิดจะเลือกรูปปั้น อย่ามองจากความสวยงามจากแบบร่าง ที่ยังไม่เป็นชิ้น จักต้องเลือกจากสิ่งที่ปรากฏแน่ชัดแล้วว่ารูปปั้นนั้นดีจริง รูปปั้นที่ด้านในกลวงย่อมหมายความว่ามันสามารถแตกเป็นเสี่ยงได้ง่ายกว่ารูปปั้นที่หล่อทั้งก้อน
คุณอย่าเสียควายให้ใคร
เลือกให้ดี
ถ้าไม่อยาก
เป็น
...
ควาย
...


edit @ 10 Jan 2009 23:51:07 by นามปากกา

edit @ 11 Jan 2009 15:38:13 by นามปากกา

edit @ 11 Jan 2009 16:15:05 by นามปากกา